มะเร็งลำไส้ใหญ่ถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้หรือไม่? ใครบ้างที่ควรระวัง

มะเร็งลำไส้ใหญ่ถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้หรือไม่? ใครบ้างที่ควรระวัง

มะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักเป็นโรคที่สามารถเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย ทั้งอายุ พฤติกรรมการใช้ชีวิต และพันธุกรรม หลายคนอาจสงสัยว่า หากมีคนในครอบครัวเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ เราจะมีโอกาสเป็นโรคนี้ด้วยหรือไม่?

มาทำความเข้าใจเกี่ยวกับ มะเร็งลำไส้ใหญ่กับพันธุกรรม และกลุ่มคนที่ควรให้ความสำคัญกับการตรวจคัดกรองกัน

มะเร็งลำไส้ใหญ่ถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้จริงไหม?

มะเร็งลำไส้ใหญ่บางส่วนเกี่ยวข้องกับพันธุกรรมที่ถ่ายทอดจากพ่อแม่สู่ลูก แต่ไม่ได้หมายความว่าผู้ที่มีคนในครอบครัวเป็นโรคนี้จะต้องเป็นมะเร็งทุกคน

มะเร็งลำไส้ใหญ่ส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากกลุ่มอาการมะเร็งที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรมโดยตรง อย่างไรก็ตาม ผู้ที่มีประวัติคนในครอบครัวเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่อาจมีความเสี่ยงสูงกว่าคนทั่วไป โดยเฉพาะเมื่อเป็นญาติสายตรง เช่น พ่อ แม่ พี่น้อง หรือลูก

โรคทางพันธุกรรมที่เกี่ยวข้องกับมะเร็งลำไส้ใหญ่

กลุ่มอาการทางพันธุกรรมที่สำคัญ ได้แก่

1. Lynch Syndrome

เป็นภาวะทางพันธุกรรมที่เพิ่มความเสี่ยงต่อมะเร็งลำไส้ใหญ่และมะเร็งบางชนิด โดยผู้ที่มีภาวะนี้อาจเกิดมะเร็งตั้งแต่อายุน้อยกว่าคนทั่วไป

2. Familial Adenomatous Polyposis (FAP)

เป็นภาวะทางพันธุกรรมที่ทำให้เกิดติ่งเนื้อจำนวนมากในลำไส้ใหญ่ และมีความเสี่ยงสูงต่อการพัฒนาเป็นมะเร็งหากไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม

ผู้ที่สงสัยว่าครอบครัวมีภาวะเหล่านี้ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินความจำเป็นในการตรวจเพิ่มเติม

ใครบ้างที่ควรระวังมะเร็งลำไส้ใหญ่เป็นพิเศษ?

กลุ่มที่ควรให้ความสำคัญกับการตรวจคัดกรอง ได้แก่

  • ผู้ที่มีญาติสายตรงเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ โดยเฉพาะหากตรวจพบโรคตั้งแต่อายุน้อย

  • ผู้ที่มีสมาชิกในครอบครัวหลายคนเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ หรือมะเร็งที่สัมพันธ์กับกลุ่มอาการทางพันธุกรรม

  • ผู้ที่มีประวัติกลุ่มอาการทางพันธุกรรม เช่น Lynch Syndrome หรือ FAP

  • ผู้ที่เคยตรวจพบติ่งเนื้อลำไส้ใหญ่บางชนิด ซึ่งอาจต้องติดตามตรวจตามคำแนะนำแพทย์

  • ผู้ที่มีโรคลำไส้อักเสบเรื้อรังบางประเภท เช่น Ulcerative Colitis หรือ Crohn’s Disease ที่มีการอักเสบของลำไส้ใหญ่

แม้ไม่มีประวัติครอบครัว ก็ยังสามารถเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้เช่นกัน

มีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ ควรตรวจเมื่อไหร่?

สำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงทั่วไป แนวทางตรวจคัดกรองหลายแห่งแนะนำให้เริ่มตั้งแต่อายุ 45 ปี

แต่หากมีญาติสายตรงเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ อาจจำเป็นต้องเริ่มตรวจเร็วกว่านั้น เช่น อายุ 40 ปี หรือ 10 ปีก่อนอายุที่ญาติได้รับการวินิจฉัย ขึ้นอยู่กับรายละเอียดประวัติครอบครัวและแนวทางที่แพทย์ใช้

ส่วนผู้ที่มีภาวะทางพันธุกรรม เช่น Lynch Syndrome หรือ FAP อาจต้องเริ่มตรวจตั้งแต่อายุน้อยกว่านี้และติดตามอย่างใกล้ชิด

การเริ่มตรวจและความถี่ในการตรวจควรให้แพทย์ประเมินเป็นรายบุคคล

สัญญาณเตือนที่ไม่ควรมองข้าม

หากพบอาการต่อไปนี้ ควรเข้ารับการตรวจเพื่อหาสาเหตุ

  • ถ่ายเป็นเลือด หรือมีเลือดปนในอุจจาระ

  • ท้องผูกหรือท้องเสียผิดปกติต่อเนื่อง

  • ปวดท้องเรื้อรังโดยไม่ทราบสาเหตุ

  • น้ำหนักลดโดยไม่ได้ตั้งใจ

  • อ่อนเพลีย หรือมีภาวะโลหิตจางโดยไม่ทราบสาเหตุ

อาการเหล่านี้ไม่ได้หมายความว่าเป็นมะเร็งเสมอไป แต่ควรได้รับการประเมินจากแพทย์ โดยไม่จำเป็นต้องรอถึงอายุเริ่มตรวจคัดกรอง

สรุป มะเร็งลำไส้ใหญ่เกี่ยวข้องกับพันธุกรรมหรือไม่?

มะเร็งลำไส้ใหญ่สามารถเกี่ยวข้องกับพันธุกรรมได้ แต่ไม่ใช่ทุกกรณีที่เกิดจากการถ่ายทอดทางพันธุกรรม ผู้ที่มีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคนี้ควรแจ้งแพทย์เพื่อประเมินระดับความเสี่ยงและวางแผนตรวจคัดกรองอย่างเหมาะสม

การรู้ประวัติสุขภาพของครอบครัวและการตรวจคัดกรองตามความเสี่ยง เป็นส่วนสำคัญในการช่วยค้นหาความผิดปกติตั้งแต่ระยะเริ่มต้น

หากมีประวัติมะเร็งลำไส้ใหญ่ในครอบครัว สามารถปรึกษาแพทย์เฉพาะทางด้านลำไส้ใหญ่และทวารหนัก เพื่อรับคำแนะนำเกี่ยวกับการตรวจคัดกรองได้

ติดต่อเพื่อสอบถามหรือนัดหมาย

Tel. : 065-304-9539
📲 Line Official : @drjamescolo
🌐 Website : www.doctorjamescolo.com
📘 Facebook : หมอเจมส์ ศัลยกรรมลำไส้หาดใหญ่
📷 IG : @doctorjamescolo