สาเหตุการเกิดริดสีดวงจากพฤติกรรมการใช้ชีวิต
ริดสีดวงทวารเป็นโรคที่พบได้บ่อยในคนไทยทุกช่วงวัย โดยเฉพาะในยุคที่วิถีชีวิตเร่งรีบ ขาดการดูแลสุขภาพ และมีพฤติกรรมที่ทำให้ระบบขับถ่ายผิดปกติ ปัจจัยสำคัญส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อ แต่เกิดจากพฤติกรรมประจำวันโดยตรง หากละเลยอาจทำให้อาการรุนแรงขึ้นจนต้องรักษาด้วยการทำหัตถการหรือผ่าตัด
1. ภาวะท้องผูกเรื้อรังจากพฤติกรรมการกิน
ภาวะท้องผูกเป็นสาเหตุหลักของริดสีดวง เพราะการเบ่งถ่ายแรง ๆ ทำให้หลอดเลือดบริเวณทวารหนักเกิดแรงดันสูงจนโป่งพอง พฤติกรรมที่กระตุ้นให้ท้องผูก ได้แก่
รับประทานผักและผลไม้น้อย ทำให้ใยอาหารไม่เพียงพอ
ดื่มน้ำน้อย ทำให้อุจจาระแข็งและถ่ายยาก
รับประทานอาหารทอดมันหรือย่อยยากเป็นประจำ
กินอาหารรสจัด เช่น เผ็ดจัด เค็มจัด
ดื่มชา กาแฟ และแอลกอฮอล์มากเกินไป ทำให้ร่างกายขาดน้ำ
เมื่อท้องผูกเรื้อรังจะทำให้ต้องใช้แรงเบ่งมากทุกครั้งที่ขับถ่าย จึงเพิ่มโอกาสเกิดริดสีดวงอย่างมาก
2. นั่งถ่ายนานเกินไป
นิสัยนั่งในห้องน้ำนาน ๆ เช่น เล่นโทรศัพท์ อ่านข่าว หรือพักผ่อน ทำให้เกิดแรงกดลงที่เส้นเลือดทวารหนักต่อเนื่อง ส่งผลให้หลอดเลือดโป่งพองง่ายขึ้น แม้จะไม่ได้ท้องผูกก็ตาม พฤติกรรมนี้พบมากในวัยทำงานและเป็นสาเหตุที่หลายคนมองข้าม
3. ขับถ่ายไม่เป็นเวลา หรือกลั้นอุจจาระบ่อย ๆ
การกลั้นอุจจาระเพราะไม่สะดวกเข้าห้องน้ำ ทำให้ลำไส้ดูดน้ำกลับจากอุจจาระจนแข็งตัว เกิดท้องผูก และต้องใช้แรงเบ่งมากขึ้น ผู้ที่ทำงานกลางแจ้ง เดินทางบ่อย หรือทำงานที่ต้องนั่งต่อเนื่องมักประสบปัญหานี้มากเป็นพิเศษ
4. การนั่งทำงานเป็นเวลานาน
การนั่งนาน ๆ โดยไม่ขยับตัว เช่น พนักงานออฟฟิศ คนขับรถ พนักงานไอที ทำให้แรงกดค้างอยู่บริเวณอุ้งเชิงกรานและทวารหนัก เส้นเลือดจึงโป่งพองง่ายขึ้น หากดื่มน้ำน้อยหรือมีภาวะท้องผูกร่วมด้วย ความเสี่ยงจะเพิ่มมากขึ้นอีกหลายเท่า
5. ยกของหนักหรือออกแรงเบ่งมากเกินไป
การยกของหนักหรือใช้แรงมากเป็นประจำทำให้แรงดันในช่องท้องเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้เส้นเลือดบริเวณทวารหนักถูกกดอัดจนโป่ง เช่น
พนักงานยกของ
พนักงานขนส่งสินค้า
ผู้ที่ออกกำลังกายยกเวทหนัก
คนทำงานใช้แรงเป็นประจำ
ทำให้ริดสีดวงเกิดง่ายขึ้นและมีอาการมากขึ้นเมื่อใช้งานร่างกายหนัก
6. การตั้งครรภ์และหลังคลอด
การตั้งครรภ์ทำให้มดลูกขยายตัวเพิ่มแรงกดบริเวณทวารหนัก ส่วนช่วงคลอดต้องออกแรงเบ่งมาก ส่งผลให้เส้นเลือดโป่ง โดยเฉพาะผู้ที่ท้องผูกหลังคลอดจะมีอาการริดสีดวงชัดเจนขึ้น จึงต้องดูแลเป็นพิเศษ
7. การไม่ดื่มน้ำเพียงพอ
ร่างกายที่ได้รับน้ำน้อยจะทำให้อุจจาระแข็ง ลำไส้ดูดน้ำกลับมากกว่าปกติ ส่งผลให้ถ่ายยากและต้องออกแรงเบ่ง พฤติกรรมนี้พบมากในผู้ที่ทำงานยุ่งจนลืมดื่มน้ำ หรือหลีกเลี่ยงการดื่มน้ำเพราะไม่อยากเข้าห้องน้ำบ่อย
8. รับประทานอาหารรสจัดหรือมีฤทธิ์ระคายเคือง
อาหารบางชนิดกระตุ้นให้เลือดไหลเวียนเพิ่มบริเวณทวารหนัก ทำให้เกิดการอักเสบ เช่น
อาหารเผ็ดจัด
อาหารทอดมัน
แอลกอฮอล์
ชาและกาแฟ
อาหารที่ย่อยยาก
หากรับประทานบ่อยอาจทำให้อาการริดสีดวงกำเริบง่ายขึ้น
9. น้ำหนักตัวเกินหรือโรคอ้วน
น้ำหนักที่มากทำให้แรงกดดันภายในช่องท้องเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้หลอดเลือดทวารหนักเกิดแรงอัดและโป่งง่ายขึ้น อีกทั้งการเคลื่อนไหวน้อยจากน้ำหนักตัวมากก็ยิ่งทำให้ท้องผูกและเสี่ยงเกิดริดสีดวงมากขึ้น
10. ความเครียดสะสมและการนอนหลับไม่เพียงพอ
ความเครียดทำให้ระบบย่อยอาหารทำงานผิดปกติ ส่งผลให้ท้องผุง่ายขึ้น รวมถึงการพักผ่อนที่ไม่เพียงพอทำให้การทำงานของลำไส้แปรปรวน เมื่อระบบขับถ่ายไม่ปกติจึงเพิ่มความเสี่ยงริดสีดวงโดยตรง
สรุป
ริดสีดวงเกิดขึ้นจากพฤติกรรมหลายอย่างที่พบได้ในชีวิตประจำวัน เช่น การกิน การนั่งทำงาน การขับถ่าย และการดูแลสุขภาพ หากสามารถปรับนิสัยเหล่านี้ได้ จะช่วยลดความเสี่ยงและป้องกันการเกิดริดสีดวงได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากมีอาการเจ็บ เลือดออก หรือเป็นเรื้อรัง ควรเข้าพบแพทย์เพื่อประเมินและรักษาอย่างเหมาะสม
📞 ติดต่อเพื่อสอบถามหรือนัดหมายTel. : 065-304-9539
📲 Line Official : @drjamescolo
🌐 Website : www.doctorjamescolo.com
📘 Facebook : หมอเจมส์ ศัลยกรรมลำไส้หาดใหญ่
📷 IG : @doctorjamescolo