นิ่วในถุงน้ำดี (Gallstones) เป็นโรคที่พบได้บ่อยในระบบทางเดินน้ำดี เกิดจากการรวมตัวของสารบางชนิดในน้ำดีจนกลายเป็นก้อนนิ่ว ผู้ป่วยบางรายอาจไม่มีอาการผิดปกติ แต่บางรายอาจมีอาการปวดท้องอย่างรุนแรง หรือเกิดภาวะแทรกซ้อนที่จำเป็นต้องได้รับการรักษา
การรู้จักสาเหตุ อาการ และแนวทางรักษานิ่วในถุงน้ำดี จะช่วยให้สามารถสังเกตความผิดปกติและเข้ารับการตรวจรักษาได้อย่างเหมาะสม
นิ่วในถุงน้ำดีเกิดจากการที่สารประกอบในน้ำดีเสียสมดุล ทำให้เกิดการตกผลึกและสะสมเป็นก้อนนิ่วภายในถุงน้ำดี โดยนิ่วที่พบได้บ่อย ได้แก่ นิ่วคอเลสเตอรอลและนิ่วเม็ดสี
ปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดนิ่วในถุงน้ำดี ได้แก่
ภาวะน้ำหนักเกินหรือโรคอ้วน
การรับประทานอาหารที่มีพลังงานสูงและใยอาหารน้อย
การลดน้ำหนักอย่างรวดเร็ว
อายุที่เพิ่มขึ้น
เพศหญิงและการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน
การมีประวัติคนในครอบครัวเป็นนิ่วในถุงน้ำดี
โรคบางชนิด เช่น เบาหวาน หรือโรคที่เกี่ยวข้องกับการแตกตัวของเม็ดเลือดแดง
อย่างไรก็ตาม ผู้ที่ไม่มีปัจจัยเสี่ยงดังกล่าวก็สามารถเกิดนิ่วในถุงน้ำดีได้เช่นกัน
ผู้ป่วยนิ่วในถุงน้ำดีบางรายอาจไม่มีอาการ และตรวจพบโดยบังเอิญจากการตรวจอัลตราซาวด์ช่องท้อง
หากก้อนนิ่วอุดกั้นทางออกของถุงน้ำดี อาจทำให้เกิดอาการดังต่อไปนี้
ปวดบริเวณท้องด้านขวาบนหรือบริเวณลิ้นปี่
อาการปวดอาจร้าวไปบริเวณหลังหรือสะบักขวา
คลื่นไส้หรืออาเจียน
อาการปวดอาจเกิดขึ้นหลังรับประทานอาหาร โดยเฉพาะอาหารมื้อใหญ่หรืออาหารที่มีไขมันสูง
ปวดท้องต่อเนื่องตั้งแต่ประมาณ 30 นาทีจนถึงหลายชั่วโมง
อาการอันตรายที่ควรรีบไปโรงพยาบาล ได้แก่ ปวดท้องรุนแรงหรือปวดต่อเนื่องหลายชั่วโมง มีไข้ หนาวสั่น ตัวเหลือง ตาเหลือง หรืออาเจียนมาก เนื่องจากอาจเป็นสัญญาณของถุงน้ำดีอักเสบหรือการอุดตันของท่อน้ำดี
แพทย์จะซักประวัติอาการ ตรวจร่างกาย และพิจารณาการตรวจเพิ่มเติมตามความเหมาะสม
การตรวจที่ใช้บ่อย ได้แก่
อัลตราซาวด์ช่องท้อง: เป็นวิธีหลักในการตรวจหานิ่วในถุงน้ำดี
การตรวจเลือด: ช่วยประเมินการอักเสบ การทำงานของตับ และภาวะแทรกซ้อน
การตรวจเพิ่มเติม: เช่น MRI ของระบบท่อน้ำดี (MRCP) ในกรณีที่สงสัยว่ามีนิ่วในท่อน้ำดี
การรักษาขึ้นอยู่กับอาการ ขนาดและตำแหน่งของนิ่ว รวมถึงสุขภาพโดยรวมของผู้ป่วย
ผู้ที่มีนิ่วในถุงน้ำดีแต่ไม่มีอาการ ส่วนใหญ่อาจยังไม่จำเป็นต้องผ่าตัด แพทย์จะพิจารณาตามความเสี่ยงและภาวะสุขภาพของแต่ละราย
ยาละลายนิ่วอาจใช้ได้ในผู้ป่วยบางรายที่มีข้อบ่งชี้เฉพาะ แต่ต้องใช้เวลานานและมีโอกาสเกิดนิ่วซ้ำ จึงไม่ใช่วิธีรักษาหลักสำหรับผู้ป่วยส่วนใหญ่
การผ่าตัดนำถุงน้ำดีออกเป็นแนวทางรักษาหลักสำหรับผู้ป่วยที่มีนิ่วและมีอาการ โดยวิธีที่นิยมคือ การผ่าตัดถุงน้ำดีผ่านกล้อง (Laparoscopic Cholecystectomy) ซึ่งใช้แผลผ่าตัดขนาดเล็กหลายตำแหน่ง
ผู้ป่วยบางรายอาจจำเป็นต้องผ่าตัดแบบเปิด ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรคและการประเมินของศัลยแพทย์
แพทย์อาจแนะนำให้ผ่าตัดถุงน้ำดีในกรณีต่อไปนี้
มีอาการปวดท้องจากนิ่วในถุงน้ำดี
มีอาการปวดท้องจากนิ่วเกิดขึ้นซ้ำ
เกิดภาวะถุงน้ำดีอักเสบ
มีภาวะแทรกซ้อน เช่น ตับอ่อนอักเสบจากนิ่ว หรือการอุดตันของท่อน้ำดี
มีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์อื่นที่ทำให้จำเป็นต้องผ่าตัด
ทั้งนี้ ไม่ใช่ผู้ป่วยนิ่วในถุงน้ำดีทุกคนที่ต้องผ่าตัด การตัดสินใจควรอยู่ภายใต้การประเมินของแพทย์
แม้ไม่สามารถป้องกันนิ่วในถุงน้ำดีได้ทั้งหมด แต่สามารถลดปัจจัยเสี่ยงบางส่วนได้ด้วยการดูแลสุขภาพ เช่น
รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ และเพิ่มอาหารที่มีใยอาหาร
ลดการรับประทานอาหารที่มีไขมันอิ่มตัวสูง
ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์เหมาะสม
หลีกเลี่ยงการลดน้ำหนักอย่างรวดเร็ว
ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
นิ่วในถุงน้ำดี เกิดจากการตกผลึกของสารในน้ำดีจนกลายเป็นก้อนนิ่ว ผู้ป่วยบางรายไม่มีอาการ ขณะที่บางรายอาจมีอาการปวดท้องด้านขวาบน คลื่นไส้ หรือเกิดภาวะแทรกซ้อน
หากมีอาการผิดปกติ ควรเข้ารับการตรวจจากแพทย์เพื่อวินิจฉัยและวางแผนรักษาอย่างเหมาะสม โดยเฉพาะผู้ที่มีอาการปวดท้องรุนแรง มีไข้ หรือตัวเหลืองตาเหลือง ควรรีบไปโรงพยาบาล
หมายเหตุ: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้ทั่วไป ไม่สามารถใช้ทดแทนการตรวจวินิจฉัยหรือคำแนะนำจากแพทย์ได้
ติดต่อเพื่อสอบถามหรือนัดหมาย
Tel. : 065-304-9539 Line Official : @drjamescolo
Website : www.doctorjamescolo.com
Facebook : หมอเจมส์ ศัลยกรรมลำไส้หาดใหญ่
IG : @doctorjamescolo