คนในครอบครัวเคยเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ ควรเริ่มตรวจคัดกรองเร็วขึ้นหรือไม่ และควรเตรียมตัวอย่างไร

คนในครอบครัวเคยเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ ควรเริ่มตรวจคัดกรองเร็วขึ้นหรือไม่ และควรเตรียมตัวอย่างไร

หากมีคนในครอบครัวเคยเป็น มะเร็งลำไส้ใหญ่หรือมะเร็งทวารหนัก โดยเฉพาะญาติสายตรง เช่น พ่อ แม่ พี่ น้อง หรือลูก ความเสี่ยงของเราจะสูงกว่าคนทั่วไป และอาจจำเป็นต้องเริ่มตรวจคัดกรองเร็วกว่าปกติ

การรู้ประวัติครอบครัวและวางแผนตรวจคัดกรองตั้งแต่เนิ่น ๆ จึงเป็นเรื่องสำคัญ เพราะมะเร็งลำไส้ใหญ่จำนวนมากเริ่มจากติ่งเนื้อ ซึ่งสามารถตรวจพบและนำออกได้ก่อนพัฒนาเป็นมะเร็ง

ทำไมประวัติครอบครัวจึงสำคัญ

ผู้ที่มีญาติสายตรงเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น และความเสี่ยงจะยิ่งสูงขึ้นหากญาติได้รับการวินิจฉัยตั้งแต่อายุน้อย หรือมีญาติสายตรงมากกว่าหนึ่งคนเป็นโรคนี้

ดังนั้นก่อนพบแพทย์ ควรพยายามรวบรวมข้อมูลว่า

  • ใครในครอบครัวเคยเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่หรือทวารหนัก
  • เป็นญาติสายตรงหรือไม่
  • ได้รับการวินิจฉัยตอนอายุเท่าไร
  • มีญาติหลายคนเป็นโรคเดียวกันหรือไม่
  • มีประวัติติ่งเนื้อลำไส้ชนิดเสี่ยงสูงในครอบครัวหรือไม่

ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้แพทย์ประเมินความเสี่ยงและกำหนดช่วงเวลาตรวจที่เหมาะสมได้ดีขึ้น

ควรเริ่มตรวจเร็วกว่าคนทั่วไปหรือไม่

สำหรับผู้มีความเสี่ยงทั่วไป แนวทางปัจจุบันแนะนำให้เริ่มตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่ตั้งแต่อายุประมาณ 45 ปี

แต่ผู้ที่มีประวัติครอบครัวอาจต้อง เริ่มตรวจเร็วขึ้นและตรวจถี่ขึ้น โดยเฉพาะเมื่อญาติสายตรงเป็นมะเร็งตั้งแต่อายุน้อย ทั้งนี้อายุเริ่มตรวจและความถี่ควรพิจารณาร่วมกับแพทย์ตามประวัติของแต่ละคน

การตรวจคัดกรองมีวิธีอะไรบ้าง

การตรวจคัดกรองมีหลายวิธี เช่น การตรวจอุจจาระ และการส่องกล้องลำไส้ใหญ่

สำหรับผู้ที่มีประวัติครอบครัวชัดเจน แพทย์อาจพิจารณา การส่องกล้องลำไส้ใหญ่ (Colonoscopy) เพราะสามารถตรวจดูเยื่อบุลำไส้โดยตรงและนำติ่งเนื้อออกได้ในระหว่างการตรวจ หากพบความผิดปกติ

ก่อนตรวจควรเตรียมตัวอย่างไร

หากแพทย์แนะนำให้ส่องกล้องลำไส้ใหญ่ จะมีการเตรียมลำไส้เพื่อให้แพทย์มองเห็นภายในลำไส้ได้ชัดเจน

โดยทั่วไปควรเตรียมตัว เช่น

  • แจ้งโรคประจำตัวและยาที่รับประทานอยู่
  • แจ้งประวัติแพ้ยา
  • แจ้งแพทย์หากใช้ยาละลายลิ่มเลือดหรือยาต้านเกล็ดเลือด
  • ปฏิบัติตามคำแนะนำเรื่องอาหารก่อนตรวจ
  • รับประทานยาระบายตามเวลาที่กำหนด
  • งดอาหารและน้ำตามคำแนะนำก่อนตรวจ

รายละเอียดอาจแตกต่างกันตามโรงพยาบาลและสุขภาพของแต่ละคน จึงควรทำตามคำแนะนำของแพทย์หรือสถานพยาบาลอย่างเคร่งครัด

เมื่อไหร่ควรพบแพทย์แม้ยังไม่ถึงกำหนดตรวจ

การตรวจคัดกรองเป็นการตรวจในคนที่ยังไม่มีอาการ แต่หากมีอาการผิดปกติ ไม่ควรรอจนถึงอายุที่กำหนด เช่น

  • ถ่ายเป็นเลือด
  • การขับถ่ายเปลี่ยนไปต่อเนื่อง
  • ท้องผูกหรือท้องเสียผิดปกติ
  • รู้สึกถ่ายไม่สุด
  • น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ
  • ปวดท้องต่อเนื่อง
  • อ่อนเพลียหรือซีด

อาการเหล่านี้ควรได้รับการประเมินจากแพทย์เพื่อหาสาเหตุอย่างเหมาะสม

แล้วต้องตรวจพันธุกรรมหรือไม่

บางครอบครัวที่มีผู้ป่วยหลายคน หรือมีคนเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ตั้งแต่อายุน้อย อาจต้องประเมินเพิ่มเติมว่ามีภาวะทางพันธุกรรม เช่น Lynch syndrome หรือไม่

การตรวจทางพันธุกรรมไม่ได้จำเป็นสำหรับทุกคน แต่แพทย์อาจแนะนำเมื่อประวัติครอบครัวเข้าเกณฑ์ความเสี่ยงสูง

สรุป

หากคนในครอบครัวเคยเป็น มะเร็งลำไส้ใหญ่หรือทวารหนัก โดยเฉพาะญาติสายตรง ควรแจ้งแพทย์และประเมินความเสี่ยงตั้งแต่เนิ่น ๆ เพราะอาจจำเป็นต้องเริ่มตรวจคัดกรองเร็วกว่าคนทั่วไป

สิ่งสำคัญคือการรู้ว่าใครในครอบครัวเป็นโรคนี้ เป็นตอนอายุเท่าไร และมีหลายคนหรือไม่ จากนั้นจึงให้แพทย์ช่วยวางแผนว่า ควรเริ่มตรวจเมื่อไร ใช้วิธีใด และตรวจบ่อยแค่ไหน เพื่อให้เหมาะกับความเสี่ยงของแต่ละคน

แหล่งอ้างอิง

American Cancer Society – Colorectal Cancer Screening Recommendations

National Cancer Institute – Genetics of Colorectal Cancer

American College of Gastroenterology – Colorectal Cancer Screening

American Cancer Society – Colorectal Cancer Risk Factors

หมายเหตุ: บทความนี้ให้ข้อมูลสุขภาพทั่วไป ไม่ใช้แทนการวินิจฉัยจากแพทย์ หากมีประวัติครอบครัวหรือมีอาการผิดปกติ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อวางแผนตรวจที่เหมาะสม.

 

📞 ติดต่อเพื่อสอบถามหรือนัดหมาย

Tel. : 065-304-9539 📲 Line Official : @drjamescolo 🌐 Website : www.doctorjamescolo.com 📘 Facebook : หมอเจมส์ ศัลยกรรมลำไส้หาดใหญ่ 📷 IG : @doctorjamescolo