เลือดออกทางทวารหนัก เกิดจากริดสีดวงหรือโรคอื่น

เลือดออกทางทวารหนัก เกิดจากริดสีดวงหรือโรคอื่น

อาการเลือดออกทางทวารหนักเป็นสัญญาณที่ไม่ควรมองข้าม หลายคนมักเข้าใจว่าเลือดสดที่พบขณะขับถ่ายต้องเป็นริดสีดวงทวารเท่านั้น แต่ในความเป็นจริง อาการดังกล่าวอาจเกิดจากหลายสาเหตุ ตั้งแต่ภาวะที่ไม่รุนแรงไปจนถึงโรคที่ต้องได้รับการรักษาอย่างจริงจัง การทำความเข้าใจความแตกต่างของสาเหตุจะช่วยให้ตัดสินใจพบแพทย์ได้อย่างเหมาะสม


ลักษณะของเลือดออกทางทวารหนักที่ควรรู้

เลือดสดสีแดง

มักพบหยดลงชักโครก หรือติดกระดาษชำระ เลือดลักษณะนี้มักมาจากบริเวณปลายลำไส้หรือทวารหนัก

เลือดสีแดงคล้ำหรือปนกับอุจจาระ

อาจบ่งบอกว่ามีความผิดปกติในลำไส้ส่วนลึกมากขึ้น

อุจจาระสีดำคล้ำ

อาจสัมพันธ์กับเลือดที่ออกจากระบบทางเดินอาหารส่วนบน ซึ่งควรได้รับการตรวจเพิ่มเติม


ริดสีดวงทวาร สาเหตุที่พบบ่อยที่สุด

ริดสีดวงคืออะไร

ริดสีดวงทวารเกิดจากหลอดเลือดดำบริเวณทวารหนักโป่งพองและอักเสบ ทำให้มีเลือดออก โดยเฉพาะขณะเบ่งถ่าย

ลักษณะเลือดจากริดสีดวง

  • มักเป็นเลือดสดสีแดง

  • ออกหลังถ่ายอุจจาระ

  • ไม่ปวดมากในระยะเริ่มต้น

  • อาจมีก้อนยื่นออกมา

ปัจจัยเสี่ยง

  • ท้องผูกเรื้อรัง

  • เบ่งถ่ายแรง

  • นั่งนาน

  • ตั้งครรภ์

  • ภาวะน้ำหนักเกิน

แม้ริดสีดวงจะเป็นสาเหตุที่พบบ่อย แต่ไม่ควรสรุปด้วยตนเองว่าเลือดออกทุกกรณีเกิดจากริดสีดวง


สาเหตุอื่นที่ทำให้เลือดออกทางทวารหนัก

แผลปริขอบทวารหนัก

เกิดจากการถ่ายอุจจาระแข็งหรือเบ่งแรง ทำให้เยื่อบุบริเวณปากทวารเกิดรอยฉีกขาด มักมีอาการปวดแสบมากขณะถ่าย

ลำไส้อักเสบ

การอักเสบของลำไส้อาจทำให้มีเลือดปนมากับอุจจาระ ร่วมกับอาการปวดท้องหรือท้องเสีย

ติ่งเนื้อในลำไส้

ติ่งเนื้อบางชนิดอาจทำให้มีเลือดออกเล็กน้อยโดยไม่มีอาการชัดเจน

มะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก

อาการเลือดออกอาจเป็นหนึ่งในสัญญาณเริ่มต้น โดยเฉพาะในผู้ที่มีอายุมากกว่า 45–50 ปี หรือมีประวัติครอบครัว


วิธีแยกเบื้องต้นว่าเลือดออกจากริดสีดวงหรือไม่

แม้ไม่สามารถวินิจฉัยเองได้อย่างแม่นยำ แต่มีจุดสังเกตเบื้องต้นดังนี้

  • เลือดสดหลังถ่าย และไม่มีอาการปวดท้อง มักสัมพันธ์กับริดสีดวง

  • ปวดแสบขณะถ่ายมาก อาจเป็นแผลปริขอบทวาร

  • เลือดปนในอุจจาระ หรือมีน้ำหนักลดผิดปกติ ควรพบแพทย์ทันที

อย่างไรก็ตาม การตรวจร่างกายโดยแพทย์เป็นวิธีที่ปลอดภัยที่สุด


เมื่อใดควรรีบพบแพทย์

  • เลือดออกซ้ำหลายครั้ง

  • มีอาการหน้ามืด อ่อนเพลีย

  • น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ

  • ปวดท้องเรื้อรัง

  • มีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งลำไส้

การตรวจวินิจฉัยอาจรวมถึงการตรวจทวารหนัก การส่องกล้องลำไส้ หรือการตรวจเพิ่มเติมตามความเหมาะสม


การดูแลตัวเองเบื้องต้นเมื่อมีเลือดออก

  • เพิ่มใยอาหารและดื่มน้ำมากขึ้น

  • หลีกเลี่ยงการเบ่งแรง

  • ไม่นั่งห้องน้ำนาน

  • ออกกำลังกายสม่ำเสมอ

การปรับพฤติกรรมช่วยลดโอกาสเกิดริดสีดวงและภาวะแทรกซ้อนอื่นได้


สรุป เลือดออกทางทวารหนัก เกิดจากริดสีดวงหรือโรคอื่น

เลือดออกทางทวารหนักไม่ได้เกิดจากริดสีดวงเพียงอย่างเดียว แม้ริดสีดวงจะเป็นสาเหตุที่พบบ่อย แต่ยังมีโรคอื่นที่อาจรุนแรงกว่า การสังเกตลักษณะเลือด อาการร่วม และความถี่ในการเกิดเป็นสิ่งสำคัญ

หากมีเลือดออกผิดปกติหรือเกิดซ้ำ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยที่ถูกต้อง การตรวจเร็วช่วยให้รักษาได้อย่างเหมาะสมและลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนในระยะยาว

📞 ติดต่อเพื่อสอบถามหรือนัดหมาย

Tel. : 065-304-9539
📲 Line Official : @drjamescolo
🌐 Website : www.doctorjamescolo.com
📘 Facebook : หมอเจมส์ ศัลยกรรมลำไส้หาดใหญ่
📷 IG : @doctorjamescolo