อาการแบบไหนควรตรวจมะเร็งลำไส้ใหญ่ ก่อนโรคลุกลามจนต้องผ่าตัด

อาการแบบไหนควรตรวจมะเร็งลำไส้ใหญ่ ก่อนโรคลุกลามจนต้องผ่าตัด

มะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักในระยะแรก อาจยังไม่มีอาการชัดเจน ทำให้หลายคนมาพบแพทย์เมื่อโรคเริ่มลุกลามแล้ว การสังเกตความผิดปกติของการขับถ่ายและเข้ารับการตรวจคัดกรองตามความเหมาะสม จึงมีส่วนช่วยให้พบโรคได้เร็วขึ้นและวางแผนการรักษาได้เหมาะสมกว่า

อาการที่ควรสังเกต

หากมีอาการต่อไปนี้ โดยเฉพาะเมื่อเป็นอาการใหม่ เกิดซ้ำ หรือไม่หายไป ควรพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุ

  • มีเลือดสดออกทางทวารหนัก
  • มีเลือดปนในอุจจาระ หรืออุจจาระมีสีเข้มผิดปกติ
  • ท้องผูกหรือท้องเสียต่อเนื่อง
  • รูปร่างหรือลักษณะของอุจจาระเปลี่ยนไป
  • รู้สึกถ่ายไม่สุด หรือยังรู้สึกอยากถ่ายหลังเข้าห้องน้ำ
  • ปวดท้อง บิด หรือแน่นท้องเรื้อรัง
  • น้ำหนักลดโดยไม่ได้ตั้งใจ
  • อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย หรือมีภาวะซีดโดยไม่ทราบสาเหตุ

อาการเหล่านี้ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นมะเร็งเสมอไป เพราะอาจเกิดจากริดสีดวง ลำไส้อักเสบ หรือโรคทางเดินอาหารอื่นได้ แต่ควรได้รับการตรวจเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง

มีเลือดออกทางทวารหนัก อย่าคิดว่าเป็นริดสีดวงเสมอไป

เลือดออกทางทวารหนักเป็นอาการที่พบได้จากหลายโรค รวมถึงริดสีดวงทวาร แต่ก็เป็นหนึ่งในอาการที่พบได้ในมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก

หากมีเลือดออกซ้ำ มีการขับถ่ายเปลี่ยนไป ปวดท้อง น้ำหนักลด หรือมีภาวะซีดร่วมด้วย ควรพบแพทย์เพื่อตรวจเพิ่มเติม ไม่ควรวินิจฉัยด้วยตนเองว่าเกิดจากริดสีดวงเพียงอย่างเดียว

อาการถ่ายเปลี่ยนไปนาน ๆ ควรตรวจหรือไม่

ถ้ามีพฤติกรรมการขับถ่ายเปลี่ยนไป เช่น จากเดิมถ่ายปกติกลายเป็นท้องผูกหรือท้องเสียต่อเนื่อง หรือรู้สึกถ่ายไม่สุด ควรสังเกตระยะเวลาที่เป็น

American Cancer Society ระบุว่าการเปลี่ยนแปลงของการขับถ่ายที่คงอยู่นานกว่าสองสามวันเป็นหนึ่งในอาการที่ควรได้รับการประเมิน โดยเฉพาะหากมีเลือดปนหรืออาการอื่นร่วมด้วย

ไม่มีอาการก็ยังควรตรวจคัดกรอง

จุดสำคัญของมะเร็งลำไส้ใหญ่คือ ไม่จำเป็นต้องรอให้มีอาการก่อนตรวจ

แนวทาง American Cancer Society ปี 2026 แนะนำให้ผู้ที่มีความเสี่ยงทั่วไปเริ่มตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่ตั้งแต่อายุ 45 ปี และตรวจต่อเนื่องตามวิธีและช่วงเวลาที่เหมาะสม โดยผู้ที่มีความเสี่ยงสูง เช่น มีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งลำไส้ มีโรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง หรือกลุ่มโรคพันธุกรรมบางชนิด อาจต้องเริ่มตรวจเร็วกว่าอายุ 45 ปีตามคำแนะนำของแพทย์

การตรวจมีวิธีอะไรบ้าง

การคัดกรองสามารถทำได้หลายวิธี เช่น

  • การตรวจเลือดแฝงในอุจจาระ
  • การตรวจสารพันธุกรรมร่วมกับเลือดแฝงในอุจจาระ
  • การส่องกล้องลำไส้ใหญ่
  • การตรวจภาพลำไส้ด้วยวิธีที่แพทย์พิจารณาเหมาะสม

หากการตรวจคัดกรองที่ไม่ใช่การส่องกล้องให้ผลผิดปกติ มักต้องตรวจต่อด้วยการส่องกล้องลำไส้ใหญ่เพื่อหาสาเหตุ

ตรวจเร็วช่วยอะไรได้บ้าง

การตรวจคัดกรองสามารถช่วยค้นหามะเร็งตั้งแต่ระยะที่ยังมีขนาดเล็กและยังไม่แพร่กระจาย ซึ่งโดยทั่วไปมีโอกาสรักษาได้ง่ายกว่าการตรวจพบในระยะลุกลาม

นอกจากนี้ การส่องกล้องยังสามารถตรวจพบและนำ ติ่งเนื้อบางชนิดที่มีโอกาสพัฒนาเป็นมะเร็ง ออกได้ก่อนที่จะกลายเป็นมะเร็ง

สรุป

หากพบว่า มีเลือดออกทางทวารหนัก มีเลือดปนในอุจจาระ การขับถ่ายเปลี่ยนไป ปวดท้องเรื้อรัง น้ำหนักลด หรืออ่อนเพลียผิดปกติ ไม่ควรรอดูอาการนาน ควรพบแพทย์เพื่อประเมินหาสาเหตุ

และแม้ไม่มีอาการ ผู้ที่ถึงวัยคัดกรองหรือมีปัจจัยเสี่ยงก็ควรปรึกษาแพทย์เรื่องการตรวจ เพราะมะเร็งลำไส้ใหญ่บางรายอาจไม่มีสัญญาณเตือนในระยะแรก การตรวจพบตั้งแต่เนิ่น ๆ จึงมีความสำคัญต่อการวางแผนรักษา

เว็บไซต์อ้างอิง

  1. American Cancer Society – Colorectal Cancer Signs and Symptoms
    ข้อมูลอาการเตือนของมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก
    อ่านจาก American Cancer Society
  2. American Cancer Society – Colorectal Cancer Screening Guideline 2026
    แนวทางการตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่สำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงทั่วไป
    อ่านแนวทางการคัดกรอง
  3. American Cancer Society – Can Colorectal Cancer Be Found Early?
    อธิบายประโยชน์ของการตรวจคัดกรองและการตรวจพบติ่งเนื้อก่อนพัฒนาเป็นมะเร็ง
    อ่านข้อมูลเพิ่มเติม

บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้ทั่วไป ไม่สามารถใช้ทดแทนการวินิจฉัยหรือคำแนะนำเฉพาะบุคคลจากแพทย์ได้

ติดต่อเพื่อสอบถามหรือนัดหมาย

Tel. : 065-304-9539
📲 Line Official : @drjamescolo
🌐 Website : www.doctorjamescolo.com
📘 Facebook : หมอเจมส์ ศัลยกรรมลำไส้หาดใหญ่
📷 IG : @doctorjamescolo